ค่านิยมการใช้รถยนต์ มันมากเกินความพอดีไปแล้วครับ
ผมเห็นด้วยว่ารถยนต์เหมาะกับการเดินทางเป็นครอบครัว
ซ้ำยังเดินทางได้ไกลกว่าเร็วกว่า ไม่ต้องกลัวลมฟ้าอากาศ
แต่พอเรื่องมันกลายเป็นว่า ถ้าอยากเป็นผู้เป็นคน คุณต้องซื้อรถ
แล้วก็มาจุกกันอยู่บนถนนจนติดกันเอง ผมว่ามันเพี้ยนไปหน่อยแล้วล่ะครับ
 
 
เมื่อได้คุยเรื่องการขี่จักรยานกับคนอื่นๆ
ผมจึงได้พบว่า คนส่วนมากมักจะมีทัศนะคติคล้ายๆกัน
คือคิดว่าจักรยานมีไว้เพื่อใช้ขี่เล่นในหมู่บ้านหรือซื้อกับข้าว
จักรยานไม่สามารถใช้เดินทางไปไหนมาไหนไกลๆได้
และจักรยานไม่น่าจะนำมาวิ่งบนถนนได้
 
ทั้งที่จริงๆแล้ว จักรยานถือเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่ง
สามารถขี่บนถนนได้โดยถูกต้องตามกฏหมาย
โดยมีข้อแม้ว่าต้องปฏิบัติตามกฏจราจร
ไม่ได้ต่างอะไรกับรถยนต์ทั่วไป
 
ถ้าจะมีอะไรสักอย่างอยากค้านมาตรฐานสากลข้อนี้
ก็คงจะมีแต่ความใจแคบของผู้ใช้รถบางส่วนที่คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่
มองคนอื่นบนท้องถนนว่าเป็นเพียงตัวเกะกะ
ซึ่งถ้ายังคิดแบบนั้นต่อไป สักวันก็คงวิ่งเข้าชนรถขนแก๊สเอง
ไม่จำเป็นต้องให้มาชนจักรยานหรอกครับ
 
ประเด็นที่ผมอยากจะบอกก็คือ การขี่จักรยานบนถนนจริงๆแล้วไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด
คำพูดของป้าขายล็อตเตอรี่นั้น สอดคล้องกับกฏจราจรที่ว่ารถช้าให้ชิดซ้าย
ในเลนซ้ายสุดที่รถยนต์วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
การที่รถจะเบรค เลี้ยวหลบ หรือแซงจักรยานสักคันนั้นสามารถกระทำได้อย่างทันท่วงที
และถึงจะเกิดการประทะกันจริงๆ ความเสียหายก็ไม่ได้รุนแรงอะไรมากมาย
ไม่เช่นนั้นคนขายล็อตเตอรี่ก็คงสูญพันธุ์ไปจากถนนกันหมดแล้ว
 
แต่ถึงกระนั้น การขี่จักรยานบนถนนก็มี
เรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำนอกเหนือไปจากการปฏิบัติตามกฏจราจร
ซึ่งจะเอาไว้เขียนถึงในโอกาสหน้าครับ
 
 
-มุมตอบคอมเม้นท์-
-------------------------------------------------------------------
#1 By kwangbe
ชอบข้างบนจังเลยค่ะ เหมือนจะแอบมีข้อคิดแฝงอยู่ sad smile
 
# ขอบคุณครับ :D
-------------------------------------------------------------------
#2 By D-faxtory
ถ้าเป็นแบบยุโรปที่สนับสนุนจักรยานเยอะ ๆ ก็ดีค่ะ เดี๋ยวนี้จีนเองคนก็ไม่ขี่จักรยานแล้วไม่เหมือนกัน

เห็นเคยอ่านเจอที่ไหนจำไม่ได้แล้วจักรยานก็ต้องทำใบขับขี่จักรยานด้วย ไม่รู้ว่าต้องทำหรือเปล่า ตำรวจคงไม่มายุ่งกับจักรยานเหมือนมอเตอร์ไซด์หรอกมั้ง
 
# ถ้าระบบจราจรดี มีรถติดน้อย หรือมีรถไฟฟ้าทั่วถึง ผมอาจจะไม่ได้จับจักรยานแล้วก็เป็นได้ครับ Embarassed
เรื่องใบขับขี่ อาจจะเป็นบางพื้นที่ของประเทศทางตะวันตกมังครับ
อย่างที่ญี่ปุ่นนี้ผมก็ไม่เคยได้ยินว่าต้องทำนะครับ ยกเว้นแต่เลขทะเบียนป้องกันโจรกรรม
 
-------------------------------------------------------------------
 
#3 By Rune
ไหนๆก็คุยแล้ว เจอร์น่าจะซื้อซักใบ เผื่อเป็นบุพพเพฯให้ได้ถูกหวย open-mounthed smile
 
#  ตอนนั้นชั้นดันงกเอง แต่มานึกย้อนดูแล้วตอนนี้แอบอายFoot in mouth
-------------------------------------------------------------------
#4 By gsawa
ตอนนี้ยังคิดไม่ตก เรื่องสะพานโคตรสูงที่ขวางทางไปรถไฟฟ้า ว่าจะลากถูมันขึ้นไปได้หรือไม่ อย่างไร

ว่าแต่ เจอร์ว่า ขี่จักรยาน 10 กิโลเนี่ย มันโหดร้ายไหมอ่ะ เราประมาณไม่ถูกเลย จากบ้านไปรถไฟฟ้า มันระยะทางเท่านั้นอ่ะ (จากคำบอกเล่าของโฆษณาคอนโดแถวบ้าน)
 
# จริงๆแล้วจักรยานไม่ควรขึ้นสะพานข้ามแยกในทางทฤษฎี (เว้นแต่กรณีว่าโปรแล้วและไม่โดนห้ามขึ้น)
ทางที่ดีควรจูงข้ามทางม้าลายตรงแยก หรือถ้าจักรยานเบา (จักรยานน้ำหนัก9-13โล) ก็ยกขึ้นสะพานลอย
หรือวางแผนเส้นทางการเดินทางซะใหม่ อัสฯเองก็ใช้วิธีอ้อมเลี่ยงสะพานเอา
จักรยานจริงๆแล้วเร็วได้อย่างไม่น่าเชื่อ
 
เรื่อง 10 กิโลนี่ กำลังดีอะ (กรณีชั้น 12 กิโลฯ)
เรื่องเหงื่อไคลที่ชั้นยังเขียนไม่ถึงนี่ อันที่จริงก็แทบจะไม่เป็นปัญหา
ความเร็วที่ปั่นจักรยานได้สบายๆประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยเฉลี่ยน
ไม่ได้ทำให้เหงื่อโทรมกาย แถมยังทำให้ถึงเป้าหมายได้ในเวลาราวๆครึ่งชั่วโมง ไม่ช้าเกินไป
ทั้งนี้ต้องมาดูด้วยว่าจะใช้จักรยานแบบไหนเส้นทางไง ไว้คุยกันหลังไมค์ก็ได้
 
-------------------------------------------------------------------
#5 By Choco
เยี่ยม...
 
# ขอบคุณครับ :D
-------------------------------------------------------------------
#6 By penny
ข้อคิดดีมากๆเลยล่ะค่ะ
สำหรับคนที่บ้านอยู่นอกกรุงเทพ ทำอย่างนั้นก็ไม่เลวจริงๆ

แต่เวลาต้องข้ามสะพานนี่สิ... (ขึ้นก็ลำบาก ลงก็หวาดเสียว)
 
#ตอนนี้ผมขี่ในกรุงเทพฯนี่แหละครับ
มันจะมีถนนที่อโคจรเหมือนกัน เช่นเส้นสุขุมวิทช่วงอโศกตอนกลางคืน
ควรใช้วิธีเลี่ยงถนนเอาครับ
 
เรื่องข้ามสะพาน ผมก็เลี่ยงเอาครับ ไปข้ามทางม้าลายตรงแยกเอาครับ
แต่ถ้าเป็นสะพานพระรามฯทั้งหลายที่ใช้ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ก็ต้องลุยครับ Foot in mouth
-------------------------------------------------------------------
#7 By chimerateddy
ผมเคยขี่ไปทำงานนะครับ เราขี่บนถนนได้ครับ

ยกเว้นพวกไฮเวย์ เพราะ มันกำหนดความเร็วเอาไว้
ถ้าจำเป็นก็ต้องชิดซ้ายเอาไว้

จริง ๆ คือ มีถนน ก็ปั่นได้ครับ แต่ขอชิดซ้ายหน่อยอย่าย้อนศร

บางคนขี่จักรยานแล้วเข้าใจว่าขี่ยังไงก็ได้เหมือนเดิน อันนี้ไม่ใช่นะครับ จักรยานเองก็เป็นภาหนะ ควรจะขี่ให้ถูกช่องทางจราจร และควรมีหมวกกันน็อคด้วย...เอ่อ หมวกสำหรับจักรยานนะครับ อย่าเอาหมวกมอเตอร์ไซด์มาใส่นะ ไม่ผิด แต่ฮาอะ sad smile
 
# เดี๋ยวนี้ไม่ได้ขี่แล้วหรือครับ? Laughing
พูดถึง ผมเคยได้ยินว่ามอไซค์บางคันพยายามซื้อหมวกจักรยานมาใส่เพราะเท่ห์ดีด้วยนะครับ
เห็นว่าเนียนได้พอควร แต่ถ้าเจอตำรวจรู้งานก็จะโดนยึดใบขับขี่ไป
-------------------------------------------------------------------
#8 By : : p l o y d : :อ่านแล้วซึ้ง รู้สึกถึงจิตสำนึกbig smile big smile
 
# มันขึ้นกับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กด้วยแหละครับ sad smile
ได้แต่หวังว่าสักวันจิตสำนึกของผู้ใช้รถใช้ถนนบ้านเราจะดีขึ้นแบบตะวันตก
-------------------------------------------------------------------
#9 By wesong
เมืองใหญ่ๆ ควรใช้จักรยานและรถสาธารณะconfused smile
 
#เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ!
-------------------------------------------------------------------
#10 By [ANA]*
คิดได้เยี่ยมจริงๆเชียวคุณป้า คนสมัยนี้ใจร้อนกันจังเลย
เราก็เป็นอีกคนที่ใจร้อน
 
#คนเรา ถึงจะสโลว์ไลฟ์ก็มีความสุขได้กันแหละครับconfused smile
-------------------------------------------------------------------
#11 By b-padung Studio
Hot!
 
#ขอบคุณครับ
-------------------------------------------------------------------
#12 By dawnbringerz
เดี๋ยวนี้เห็นชาวกรุงปั่นจักรยานกันแต่ในฟิตเนสแล้วก็ขับรถกลับบ้านกัน...

ถ้าเปลี่ยนมาปั่นจักรยานกันบ้าง รถบนถนนก็คงจะน้อยลง และชาวกรุงก็จะหุ่นดีกันขึ้นบ้างสินะครับ

ถ้ามีคนคิดเปลี่ยนมาใช้จักรยานกันแบบคุณเจอร์ก็ท่าจะดี
 
#ที่แย่กว่าคือ สมัครฟิตเนสแพงๆไว้ แล้วไม่ไปเล่นเพราะขี้เกียจนี่แหละครับ
เรื่องจักรยานนี่ทั่วโลกก็รณรงค์กันอยู่ครับ เอาเข้าจริงมันก็ไม่ได้ช้าเลย
คงต้องรอละลายน้ำแข็งในใจคนส่วนมากก่อนล่ะครับ
-------------------------------------------------------------------
#13 By ซูเนะโอะ
ลงชื่ออ่าน big smile
 
#คงได้ลงชื่ออีกหลายเอนทรี่เลยครับconfused smile
-------------------------------------------------------------------
#14 By ▪▫เอ๋ซุย ณ มึนเดเระ▫▪
อยากได้สักคันเอาไว้ขี่ไปขี่มาเหมือนกัน
มันรู้สึกว่าค่อยๆซึมซับบรรยากาศข้างทางมากกว่ารถยนต์หรือมอไซค์อีกอะค่ะ

แถมไม่มีมลพิษ ออกมาเป็นตัวแถมอีกด้วย
มอไซค์กับรถยนต์ก็เอาไว้ทางไกลสักหน่อยแล้วกัน
ใกล้ๆก้อยากใช้จักรยานขี่ไปขี่มาเหมือนกันแฮะ surprised smile
 
# เดี๋ยวนี้ทางเลือกมีเยอะเลยนะครับสำหรับจักรยานขี่เน้นสนุก
อย่างเช่นจักรยานมินิหรือจักรยานพับได้ที่ดูเล็กน่ารัก หรือจักรยานฟิกซี่(fixie) ที่ง่ายๆและสีสวย
ถ้าไม่ติดขัดอะไรลองใช้คีย์เวิร์ดเสิร์ชหาตามกูเก้งได้เลยครับ มีเพียบ
-------------------------------------------------------------------
#15 By blade
กลับบ้านไปก็จะหามาปั่นสักคันล่ะ ขี่ไปไหนมาไหนแบบไม่ไกลมากก็ประหยัดค่าน้ำมันได้โขอยู่
 
#ปัจจุบันผมเอาค่าเดินทางมาซื้อหนมกินแทนแล้วครับ ประหยัดด้วย อร่อยด้วย ไม่อ้วนด้วย
-------------------------------------------------------------------
#16 By Huntz
-/ยาวมากส์/-
 
#อยากให้มีเลนจักรยานมากขึ้นเหมือนกันครับ
แต่จะว่าไปแม้แต่เมืองนอกบางครั้งก็ยังโดนรถแย่งจอดไปซะนี่...
 
แล้วก็เห็นด้วยครับ ผมสนับสนุนการขี่จักรยาน แต่ไม่สนับสนุนการขี่แบบไม่เคารพกฏจราจรครับ
เพราะแบบนั้นมันอันตรายกับทั้งตัวเองและคนอื่นแน่นอน
 
-------------------------------------------------------------------
#17 By rico
คงขี่จักรยานมารถไฟฟ้าเพื่อไปทำงานไม่ได้
ซอยแถวบ้านที่จะออกมาถนนใหญ่เป็น ถนนสองเลน ไปกลับอย่างละหนึ่ง แถมมอไซค์รับจ้าง ก็สร้างเลนของตัวเองมาอีกครึ่งเลน ทำให้บางทีรถต้องหลบมาเบียดกับกำแพง ทำให้คนขี่จักรยานเสี่ยงตายเป็นอย่างยิ่ง
 
#น่าเสียดายจังครับ ผมเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบางเส้นทางมันอโคจรสำหรับจักรยานจริงๆ
ไม่มีทางอ้อมไปออกทางอื่นบ้างหรือครับ จักรยานนี่เด่นด้านการค้นหาเส้นทางใหม่ๆเหมือนกันนะครับ
ทางลัดทางลอดทางเดินที่แม้แต่มอเตอร์ไซค์ยังไปไม่ได้ บางทีจักรยานสามารถไปได้นะครับ
-------------------------------------------------------------------
#18 By Risara na er...
ปั่นจักยานบางทีจะเร็วกว่าใช้รถอีกนะผมว่า....

โดยเฉพาะในเมืองอ่ะแต่ถ้าบ้านนอกแบบผมก็คงขารากเลยทีเดียวฮ่าๆๆ สู้ๆครับconfused smile
 
#ผมเคยต้องไปทำงานสงขลาเป็นบางวัน ระหว่างนั่งรถ
เห็นคนปั่นจากอำเภอเมืองไปหาดใหญ่กันประปราย
ระยะทางก็ไม่ใกล้นะครับ ขนาดรถยนต์ใช้เวลาเกือบชั่วโมง
ดูท่าว่าพวกเขาจะเอาระยะทางไกลๆที่นั่นมาใช้ฝึกฝนตัวเองซะงั้นล่ะครับ
เป็นผมตอนนี้ทำแบบนั้นยังไม่ไหวเหมือนกันครับ น่านับถือนักปั่นที่นั่นจริงๆ
-------------------------------------------------------------------