วิธีผลิตน้ำจิ้มแจ่วบริสุทธิ์
posted on 18 Dec 2008 14:19 by roger in Funny
ผมเป็นคนกินเผ็ดไม่ได้ อาหารที่ผมจะกินต้องไม่ใส่พริก ไม่ควรมีสีแดง ไม่ควรมีรสจัด
จะมีชอบบ้างก็ต่อเมื่อเป็นแกงจำพวกที่มีน้ำมันและส่วนผสมของกะทิ ซึ่งคุณสมบัติของ
สองสิ่งนั้นจะช่วยห่อหุ้มความเผ็ดให้กลายเป็นรสกลมกล่อมขึ้นมาได้บ้าง
แต่ในภายหลัง ผมก็เริ่มชอบรสเผ็ดเพิ่มขึ้นมาอีกแบบ ซึ่งก็คือน้ำจิ้มแจ่วนั่นเอง
ภาพจากบล็อกแก๊งค์ลุงแกะ http://lamb.exteen.com/
น้ำจิ้มแจ่วเป็นน้ำจิ้มตามร้านอาหารอีสาน ส่วนประกอบมันมีอะไรบ้างผมเองก็ไม่รู้
ที่อยู่ๆผมเริ่มชอบมันขึ้นมา เพราะบางร้านนั้นผลิตรสชาติมันออกมาได้เข้ากั๊นเข้ากันกับ
อาหารย่างๆที่ผมโปรดปราน..แต่บางร้านก็เผ็ดนรกเหลือเกิน
เมื่อพิจารณาดีๆ ผมก็พบว่าไอ้ส่วนที่เผ็ดๆนั้น ส่วนใหญ่มันก็มาจากพริกฝอยๆที่โรยๆ
อยู่ในน้ำจิ้มแจ่วแค่นั้นแหละ ไอ้ที่เป็นของเหลวข้างใต้ไม่ได้เผ็ดอะไรเท่าไรเลย
ออกจะมีรสชาติอร่อยกำลังดีด้วยซ้ำ
สรุปก็คือผมชอบรสชาติเผ็ดน้อยๆของน้ำจิ้มแจ่ว แต่ไม่อยากกินรสเผ็ดส่วนเกินที่มาจากผงพริก
แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?
คำตอบนั้นง่ายมาก ผมถือว่าผมเป็นปัญญาชน เมื่อพบกับปัญหา ผู้เจริญควรใช้ความรู้ที่ร่ำเรียน
มาให้เกิดประโยชน์กับชีวิต
สิ่งที่ผมต้องการในกรรมวิธีแยกน้ำจิ้มกับพริกออกจากกันนั้น เป็นเพียงสิ่งที่โต๊ะอาหารทุกโต๊ะ
จะต้องมี
ผมใช้ "กระดาษทิชชู่" ครับ!!
วิธีก็คือ กางทิชชู่เป็นแผ่นบางๆ จับมุมทั้งสี่ด้านเอาไว้ให้ดี แล้วเทน้ำจิ้มแจ่วลงไปด้านบน
แล้วน้ำถ้วยน้ำจิ้มเปล่าๆมาเตรียมไว้ด้านล่าง รอเพียงไม่กี่อึดใจ น้ำจิ้มแจ่วที่ใสบริสุทธิ์ไม่มี
ผงพริกเจือปนก็จะหยดลงมาให้ได้ชิม
อ๊ะๆ อย่าคิดว่าผมพูดเล่นๆ วิธีนี้ทำให้ผมกินเนื้อย่างน้ำจิ้มแจ่วของร้านที่ขึ้นชื่อว่าโคตรเผ็ด
ได้อย่างมีความสุขมาแล้ว!!
แล้วก็อย่าเพิ่งดูถูก กรรมวิธีนี้เป็นวิธีเดียวกับการทำกาแฟสดอันแสนอร่อย แผ่นกรองเองก็เป็น
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในวงการกาแฟ และคงไม่มีใครอยากดื่มกาแฟที่มีผงเมล็ดติดมาในถ้วยหรอก
จริงไหม?? (สำหรับเรื่องความสะอาด เรื่องนั้นมันอยู่นอกเหนือขอบเขตการพิจารณาของ
โครงงาน แต่อย่างน้อยก็คงสุขภาพไม่แย่ไปกว่าแพะหรอกมั้ง)
นอกจากนั้น เครื่องปรุงรสอื่นๆเช่นซีอิ้ว โชวยุ กระทั่งน้ำมันมะกอกเอง ก็มีการนำวัตถุดิบขั้นต้น
ออกเหมือนกัน สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นั้นจึงควรนับเป็นวิธีที่ถูกต้องเหมาะสมในการกินน้ำจิ้มแจ่ว
หรือบางทีมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเครื่องปรุงรสที่จะนิยมกันในอนาคตก็ได้ใครจะรู้!!
ว่าแต่ เมือเร็วๆนี้ผมเจอปัญหาของการใช้วิธีนี้อยู่อย่างนึง..
คือผมจะกินข้าวคอหมูย่าง แล้วน้ำจิ้มแจ่วเจ้านี้ลอยพริกมาเยอะมาก..มากจริงๆ
แต่ผมไม่กลัวหรอก ว่าแล้วผมก็เลยเริ่มเตรียมทิชชู่ เอาจานข้าวคอหมูรองไว้ด้านล่าง
เตรียมพับทิชชู่ไว้กรองพริกด้านบน ก่อนจะเทน้ำจิ้มแจ่วลงไปบนทิชชู่..ป้าบ! เหมือนที่เคยทำมา
แต่เพราะผงพริกมันมาก ทิชชู่ก็เลยกรองน้ำจิ้มไม่ทันกับที่ผมเทลงไป แล้วพริกล้วนๆ
ก็ล้นจากทิชชู่
ลงไปบนข้าวหมูย่างจนหมดถ้วย..
สุดท้ายข้าวหมูย่างวันนั้นแดงเถือกไปด้วยพริก และถึงจะพยายามเอาพริกออกก็ยังเค็มเพราะ
ปริมาณน้ำจิ้มทั้งถ้วยอยู่ดี
ถ้าคุณอีสปยังมีชีวิตอยู่ ผมก็อยากให้เขาได้อ่านเรื่องของผม แล้วเอาไปแต่งนิทานให้ดังทั่วโลก
เหมือนกันนะเนี่ย ให้ชื่อเรื่องว่าชายหนุ่มกับน้ำจิ้มแจ่ว
ส่วนข้อคิดท้ายเล่มน่ะหรือ?
เอาเป็น "ถ้ามันกินลำบากนัก ก็อย่าดันทุรัง" ก็แล้วกัน
-ROGER-

#1 By อินี่มันรั่ว อินี่มั่นบ้า on 2008-12-18 15:44