สงครามยาสีฟัน

posted on 13 May 2008 11:47 by roger  in Funny

 

 

ในกาลก่อน ยังมียุคที่สถานการณ์ในบ้านผมยังคงตึงเครียด ผมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ

ด้วยเงินเดือนแรกเข้า ..รายได้ยังคงฝืดเคือง เงินเดือนส่วนหนึ่งสมทบทุนค่าเช่าบ้านไปแล้ว

หากรวมค่าอุปโภคบริโภคเข้าไปไม่ระวังให้ดีก็จะไม่มีเหลือเก็บ

ผมซึ่งอยู่กับแม่สองคนในตึกแถวเล็กๆต้องรักษาหน้าตักส่วนตัวกันสุดชีวิต

 

'ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า' เรื่องในบ้านไม่ควรเอามาเล่าก็จริงอยู่

แต่แม่ผมเคยมีประวัติใช้เงินไม่ระวังวางแผนธุรกิจพลาดล้มดังครืน แต่แม้จะบาดเจ็บกันขนาดหนัก

แม่ผมก็ยังมองโลกธุรกิจในแง่ดี(เกินไป) และมีแนวโน้มที่จะลงทุนเสี่ยงๆครั้งใหม่เหมือนเคย

 

แถมที่บ้านมีแมวแล้วสองตัว แม่ผมยังอุตส่าห์ใจดีรับเลี้ยงหมาของเพื่อนมาอีกตัว

โดยที่เพื่อนคนนั้นมีหมาอยู่แล้วฝูงหนึ่งทั้งเล็กและใหญ่(จำนวนไม่ชัวร์ แต่เกิน10)

..แม่ผมยอมรับเลี้ยงโดยให้เหตุผลว่า เพื่อนเขาเลี้ยงหมาไว้เยอะเกินไป ตอนนี้เลี้ยงเพิ่มไม่ได้แล้ว

และหมาตัวนี้ก็น่ารักดี ..ผมฟังยังไงก็เห็นว่าเราได้หมาส่วนเกินจากคนที่เลี้ยงหมาอยู่แล้วชัดๆ

ก็พยายามเตือนแล้วนะ แต่ทัดทานไปเท่าไหร่แม่ก็ไม่ฟัง... (ในตอนนี้ผมเป็นคนเกลียดหมาไปแล้ว)

 

ดังนั้นถึงจะเป็นคุณแม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง ก็คงต้องขอเสียมารยาทความเป็นลูกชายที่ดี..

ค่าใช้จ่ายส่วนเกิน ผมไม่อาจให้คุณแม่เนียนนำไปใช้ได้ครับ... แม่สั่งซื้อฝากซื้ออะไร

ผมลงบัญชีไว้หมดไม่มีขาด ซื้อแล้วต้องกลับบ้านไปเบิกเงินจากแม่คืน...

(โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..อาหารหมา) แต่ถึงกระนั้น หากของส่วนกลางพังขึ้นมา

(เช่นมุ้งลวด ประตู ส้วม) ผมก็ต้องเป็นฝ่ายจัดซื้อหามาเปลี่ยนเอาอยู่ดี

 

และแล้ว..จากการกระทบกระทั่งกันเองทั้งหลายแหล่่

ก็เลยเกิดเป็นสงครามเย็นในบ้านขึ้นมาอย่างเงียบๆ...

ระหว่างประเทศมาเธอร์แลนด์( ประชากรหมา1ตัว ) กับโรเจอร์กีสถาน( ประชากรแมว2ตัว )

 

ค่าน้ำดื่ม ค่าน้ำมัน ค่าซอสซีอิ๊ว ค่าข้าวมันไก่ ฯลฯ ถ้าเป็นไปได้แม่กับผมจะเกี่ยงกันออก

ถ้าผมโพสท์ท่าเซ็งอยู่หน้าคอม บางทีแม่ก็ยอมพ่าย

แต่บางทีผมลืมกวาดบ้านมีความผิด..ก็ต้องชดใช้ด้วยการยอมจ่าย

 

และนั่นก็ไม่เว้นแม้แต่เรื่อง 'ค่ายาสีฟัน...'

 

อยู่กันสองคนแม่ลูก มียาสีฟันดอกบัวคู่เป็นทรัพยากรร่วมเพียงหลอดเดียว

ก็แบ่งๆกันใช้ไม่ให้เดือดร้อนกันได้อยู่หรอกครับ..แต่ทว่า เมื่อมันใกล้หมดแล้วนี่น่ะสิ..

ใครจะเป็นคนไปซื้อ?

 

ยาสีฟันเนี่ยมันเป็นของที่ต้องใช้แปรงทุกวันเช้าหนเย็นหน ซกมกสุดๆก็อาจเหลือวันละหน

แต่ไม่แปรงเลยนี่ไม่ไหว ปากของประเทศจะถูกบุกรุกด้วยชนกลุ่มน้อยเผ่าขี้ฟัน

ซึ่งจะผลิตของหมักดองให้เป็นสินค้าส่งออก..ดังนั้น ยาสีฟันจะถูกซื้อใหม่เมื่อไหร่?

คำตอบก็คือ เมื่อยาสีฟันหมดหลอด..

 

ในเมื่อทั้งแม่และผมไม่อยากเป็นฝ่ายที่ต้องออกไปซื้อยาสีฟัน หนทางที่คนขี้เหนียวทั้งสองใช้ก็คือ..

 

ยายามบี้ยาสีฟันออกมาแปรงฟันให้ได้!!

อย่าให้ยาสีฟันมาหมดที่รอบของตัวเอง!!

 

ถ้าทำสำเร็จ คนแปรงต่อไปก็จะไม่มียาสีฟันใช้ และจะต้องออกไปซื้อหลอดใหม่มาโดยปริยาย!!

 

สงครามในครั้งนี้ทั้งสองประเทศได้ผลัดกันรุกและรับอย่างอาจหาญ ประมาณว่า ผมบี้ยาสีฟันมื้อเช้าได้

แม่เข้าห้องน้ำทีหลังก็พยายามใช้นิ้วค่อยๆบีบไปจนได้ มื้อค่ำแม่เข้าแปรงก่อนบีบยาไปจนเกือบหมดหลอด

แต่ผมแรงเยอะกว่าก็เอาตัวรอดไปได้อีกเหมือนกัน..

 

อันที่จริงแล้วผมจะเสียเปรียบอยู่หน่อยเพราะแม่ปากเล็กกว่าผม และก็เริ่มใส่ฟันปลอมแล้ว

จึงดูแลความสะอาดช่องปากได้ด้วยยาสีฟันปริมาณน้อยกว่า (ละมัง..)แต่ผมไม่เคยกลัว

เพราะผมมีท่าไม้ตายอยู่...นั่นก็คือการจับหลอดยาสีฟันขูดเข้ากับขอบอ่างล้างหน้าแล้วรีด

วิธีนี้ถึงยาในหลอดจะเหลือน้อยแค่ไหน ก็สามารถอาศัยแรงรีดยาออกมาใช้ได้ไม่ยาก!!

 

 

 

 

และจากการที่ผมใช้วิธีนี้ในศึกครั้งก่อน

ในที่สุดผมก็ทำให้แม่ผมเป็นฝ่ายยอมซื้อยาสีฟันหลอดใหม่มาจนได้..!!

(เขียนถึงตอนนี้ผมชักอยากแต่งเพลงชาติให้ประเทศตัวเอง)

 

กาลเวลาล่วงเลย ความตึงเครียดในบ้านก็ค่อยๆลดลงไป แม่ผมหาช่องทางทำงานใหม่ที่ดีกว่า

สมัยก่อนได้แล้ว ผมเองได้ปรับเงินเดือนก็ค่อยๆมีอยู่มีกิน ครอบครัวเริ่มมีความสุข

ในตอนนี้ผมเองก็ยังอดใจอ่อนที่จะลูบหัวหมาของแม่เป็นบางครั้งบางคราวไม่ได้

 

เรื่องราวกำลังจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่...เดี๋ยวก่อน!!

 

เมื่อเร็วๆนี้เกิดวิกฤติยาสีฟันขึ้นมาอีกแล้ว ยาสีฟันที่แม่ซื้อมาหลอดนั้นใกล้จะหมด

และแม่ลูกที่กลับบ้านดึกกันทั้งคู่ก็เริ่มที่จะไม่ยอมเป็นฝ่ายซื้อยาสีฟันเองอีกครั้ง แต่ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย?

ตราบใดที่ผมยังใช้แรงรีดยาสีฟันได้อย่างครั้งก่อน ผมก็คงจะเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้อยู่ดี....

ผมได้ทำตามที่คิดไว้ และยาสีฟันเพียงน้อยนิดในหลอดก็เริ่มร่อยหลอลงไปเรื่อยๆ

โดยที่ผมยังคงใข้วิธีเดิมและแปรงฟันในแต่ละวันอย่างมีความสุข

 

ในที่สุด..ยาสีฟันหลอดนั้นก็ไม่สามารถบีบออกมาได้ด้วยแรงของแม่อีกต่อไป

และแม่ผมก็ควรจะต้องเป็นฝ่ายซื้อยาสีฟันเข้ามา..ผมยิ้มอย่างผู้มีชัย

 

 

 

 

แต่ในเช้าวันถัดมานั้นเอง...

 

 

ผมตื่นขึ้นมาและพบว่า แม่ผมได้ใช้กรรไกรตัดหลอดยาสีฟันให้ขาดกลาง

และใช้แปรงป้ายยาสีฟันก้อนสุดท้ายไปแปรงจนหมดหลอดแล้ว...

 

 

 

และวันนั้น ผู้แพ้ก็ต้องไปซื้อยาสีฟัน กรอด...

ปล.อยากลองวาดภาพติสท์แตกดูบ้าง แต่ดูเหมือนจะเป็นภาพสติแตกมากกว่า

ปล2.ขอบคุณออขาที่ช่วยเรื่องความกว้างหน้าบล็อก:D

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เหอๆ แผนการสุดยอดจริงๆเลยนะเนี่ยconfused smile

#51 By ~memay~ on 2008-05-14 18:53

อะไรที่มันเป็นหลอดๆ เราก็ตัดหมดค่า
เมื่อกี้อ่านไปยังคิดเลยว่า น่าจะตัดหลอด
แล้วคุณแม่ก็ตัดจริงๆ แจ่มมั่กcry

#52 By ~โอจี้~ on 2008-05-14 19:18

ฮ่าๆสุดยอดมากกกกกกกกก
ป้าขอแนะนำให้ผ่าตรงคอหลอดด้วย
แถวๆนั้นน่ะยังมียาสีฟันเหลือๆอยู่นะ
พอจะแปรงได้อีกมื้อ
สงครามยาสีฟัน อิอิ ช่างคิดได้
ป้าชอบจริงๆHot!

#53 By CanineGirl on 2008-05-14 20:26

55555555 แม่ฉัน ก็ ไม่ยอม ซื้อเหมือนกัน ทำไมนะ ทำไม ทำสงครามกับแม่ พ่ายแพ้กันทุกราย Hot!

#54 By hiney* on 2008-05-14 23:30

โห สุดยอดดดดดด

คุณแม่คุณเก่งจริงๆค่ะ ต้องยกนิ้วให้

#55 By Princess_Diana on 2008-05-15 10:06

อุ...ตอนแรกมาอย่างเครียด ไปๆมาๆเริ่มฮาแตก....

แม่พี่เจอร์เจ๋งแฮะ คิดได้ไงเนี่ย ตัดหลอดยาสีฟันขาดกลางเลย....

#56 By tenrei on 2008-05-15 15:30

คุณแม่น้องใช้วิชาเดียวกะเจ๊เลยcry

#57 By แม่บ้านนะยะ on 2008-05-15 15:38

คน reply ตรึมเลยแฮะ

อลังการจริง - -' ภาพประกอบเปิดเรื่องก็สุดยอดมาก

ของผมไม่รบกันปานนั้น อย่างมากผมก็พยายามไล่รีดจากท้ายสุดออกมา ก็มีคราวล่าสุดที่เพิ่งเปลี่ยนไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่แหละ ที่บีบไล่ยาสีฟันโดยการพับตั้งแต่ปลายหลอดทบ ๆ ขึ้น

แต่หลอดสมัยนี้มันนิ่มอ่ะนะ พอเลิกกดมันไว้มันก็คืนสภาพเดิมมาหน่อย ถ้าเป็นตะก่อนนี่ พับไว้แบบไหน คงรูปแบบนั้น

#58 By xelloss on 2008-05-15 17:39

ศึกที่ฮาจริงๆconfused smile

#59 By nonworld on 2008-05-21 14:45