บอกลูกหลาน..อย่าหัดนิสัยตดเรี่ยราด
posted on 11 Dec 2007 09:28 by roger in Funny
-----------------------------------------------------------
ตั้งแต่เด็ก... หากที่ๆผมอยู่ไม่จำเป็นต้องรักษามารยาทมากมาย ผมเป็นคนที่ชอบปล่อยตดครับ
หลายๆคนเห็นผมพูดแบบนี้อาจจะคิดรังเกียจ ต้องขออวดไว้ในที่นี้หน่อยว่า ผมเป็นคนที่สามารถคุมการปล่อยตดได้เงียบมาก และสมัยก่อนตดของผมมีความหนาแน่นเจือจางมากๆ ถ้าไม่ถึงกับเอาหน้าทิ่มก้นไปดมก็จะไม่ได้กลิ่นที่เป็นมลภาวะอันใด..
เช่นนั้นแล้ว ผมจึงกล้าตดในที่สาธารณะ เพราะมั่นใจว่ากลิ่นตดของผมนั้นสามารถจางหายไปในระดับที่ไม่มีอันตรายไปได้ภายในระยะกระจัด 30 เซนติเมตร
แต่คำกล่าวที่ว่า "ขิงแก่ย่อมเผ็ดกว่า" นั้นเป็นความจริงเสมอ... เมื่อผมอายุมากขึ้น รสชาติ (ทางกลิ่น) ของตดผมก็รุนแรงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แม้จะไม่ได้ถึงขนาดสามารถใช้แทนไบก้อน ฆ่ายุง, มด, ปลวก และแมลงสาบ ได้ด้วยการฉีดเพียงครั้งเดียวตามที่เห็นในโฆษณา แต่มันก็ไม่ใช่ว่า"กลิ่นมาดามหอมชื่นใจ"เลยแม้แต่น้อย..
แต่ถึงกระนั้น ผมก็ยังคงทำลายโอโซนของโลกด้วยการปล่อยตดตามที่สาธารณะอยู่เสมอ และด้วยเทคนิคปล่อยไร้เสียงของผม (ขอให้คิดว่าดังสุดก็แค่เหมือนเสียงคนถอนหายใจ "ฟู่ววว") จึงทำให้ผมลอยนวลอยู่ในสังคมได้มาจนถึงปัจจุบัน...
"ตดข้ามีไว้ให้โลกดม!!" ผมเคยคิดเช่นนั้น และผมก็ไม่เคยที่จะดมกลิ่นของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
เวลาเดิน ผมจะตดแล้วก็เดินจากไป
เวลายืน ผมจะตดแล้วก็จะย้ายที่ยืน
เวลานั่ง ผมจะตด กลั้นหายใจ แล้วก็เอามือพัดให้มลภาวะลอยไปที่อื่น
เลวซะไม่มี :P
ทีนี้ในที่สุด....
เมื่อวันก่อน..กรรมก็ตามทัน...
ผมอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ คงเป็นเพราะวันหยุดตั้งสามวันที่ผ่านมาละมังเลยทำให้ผมได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
ไม่ได้อาบน้ำด้วยความรู้สึกผ่อนคลายแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ผมคิด
เพราะความผ่อนคลายนั่นเอง เลยทำให้ร่างกายของผมกลั่นตดออกมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อกระสุนแก๊สรวมตัวจนได้ปริมาณที่พอเหมาะตรงปลายลำไส้ใหญ่ ด้วยความเคยชินจากนิสัยเสียของผม ผมจึงได้ปล่อยตดล็อตนั้นออกไป
"ฟู่วววววว....." เสียงถอนหายใจ ที่ไม่ได้มาจากทางปากดังขึ้นอย่างแผ่วเบา
ในช่วงเวลานั้นเอง ผมอาบน้ำต่อไปอย่างสบาย...
ได้แค่2วินาที..!!!
ห้องน้ำของบ้านผมเป็นห้องน้ำเล็กๆของทาวเฮาส์เล็กๆธรรมดาๆ เขียนเป็นสมการได้ว่า เล็กxเล็ก=โคตรเล็ก
และเพราะเป็นทาวเฮาส์ อย่างหวังเลยว่าจะมีพัดลมระบายอากาศ..
และเพราะกำลังอาบน้ำอยู่ หยดน้ำมากมายจากฝักบัวที่ตกลงสู่พื้นส่งผลให้ให้อากาศในห้องน้ำเต็มไปด้วยพลังงานจลน์ หมุนเวียนตัวเองจากล่างขึ้นบนตลอดเวลา
ผมได้ดมตดของตัวเองเต็มๆ!!
ซวยซ้ำซวยซ้อน..ตอนนั้นผมกำลังถูสบู่อยู่พอดี จะยกมือขึ้นมาปิดกันกลิ่นสบู่ก็จะเข้าปากเข้าจมูก สมองผมเริ่มปั่นป่วนเพราะกลิ่นที่เล็ดลอดผ่านระบบการกลั้นหายใจมาสัมผัสกับเส้นประสาทรับกลิ่น เรื่องราวชักจะแย่ลงกว่าเดิม ผมเริ่มตะเกียกตะกาย เรียกร้องหาอากาศบริสุทธิ์... อากาศ!! อากาศ!! จริงสิ !! ถ้าเราออกไปข้างนอกได้ล่ะก็!!
ผมรีบเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูห้องน้ำ ตั้งใจจะหมุนเปิดมันไปสู่โลกภายนอก แต่เพราะมือที่เปียกน้ำสบู่ จะหมุนลูกบิดเท่าไรก็ลื่นจนไม่เกิดผล
แต่ถึงจะมือไม่ลื่น การจะออกไปนอกห้องน้ำระว่างที่ตัวยังถูสบู่นั้นก็ไม่เป็นสิ่งควรกระทำหากคุณยังคิดว่ามีศักดิ์ศรีความเป็นคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมันเป็นการแก้ผ้าหนีออกไปนอกห้องน้ำเพื่อหนีกลิ่นตดของตัวเอง...
.....ดังนั้น จึงมีวิธีเดียวที่จะผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้
ผมรีบๆอาบน้ำให้เสร็จ รีบๆเช็ดตัว และรีบๆออกจากห้องน้ำนาซีนั่นมา...
การอาบนั้นครั้งนั้นมันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผม....
ขอขอบคุณวิวัฒนาการของมนุษย์ที่ถูกสร้างมาให้ทนทางต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้.... ไม่เช่นนั้นผมอาจเสียสติไปแล้ว ฮิวแมนอีโวลูชั่นบันไซ!!
ผมได้รับบทเรียนราคาแพงจากความผิดพลาดในครั้งนี้ และไม่คิดจะตดในที่สาธารณะที่มีผู้คนอยู่อีกเลย....
หวังว่าเรื่องนี้คงเป็นอุทธาหรณ์แค่ทุกคนที่ได้อ่าน และปรารถนาเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะได้นำเรื่องนี้ไปสั่งสอนลูกหลาน เพื่อไม่ให้พวกเขาได้พบกับความทุกข์ทรมาณในอนาคตนับแต่นี้เป็นต้นไป.....
---------------------------------------------------------------------
ปล. ในขณะที่เขียนข้อความนี้อยู่ ผมพบว่ามันยากลำบากเกินไปที่จะทำตามบทเรียนที่ได้สำนึก จึงของดเว้นแค่"การตดระหว่างอาบน้ำในห้องน้ำของตัวเอง"แทน
-ROGER-

อธิบายการได้กลิ่นผายลมได้... น่ากระอักกระอ่วนมาก
#1 By Choco on 2007-12-11 11:34